อาหารสุขภาพ มะเขือเทศ ช่วยให้ผิวใส ต้านโรคมะเร็ง

อาหารสุขภาพ มะเขือเทศ ช่วยให้ผิวใส ต้านโรคมะเร็ง ในปัจจุบัน คนเราต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายมากมาย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อน แต่โชคดีมากที่ในปัจจุบันเราได้ค้นพบสารอาหารหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายของเรา หนึ่งในนั้นก็คือสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารหนึ่งในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่ให้สีแดงของผลมะเขือเทศ แล้วคุณทราบหรือไม่ว่า มะเขือเทศอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไลโคปีน กาบา วิตามินซี วิตามินอี โพแทสเซียม และใยอาหาร ไฟเบอร์ และมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

วิธีรับประทานมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
ส่วนใหญ่ในการรับประทานผัก หากต้องการให้ได้แร่ธาตุและวิตามินครบถ้วนก็มักจะต้องรับประทานแบบดิบๆ แต่การรับประทานมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องทำให้สุกเสียก่อน เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้วจะทำให้ไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศหลุดออกจากกันได้ง่าย ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ได้ดีกว่าแบบไม่ผ่านความร้อน อีกทั้งไลโคปีนนั้นสามารถละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้นหากเราใช้น้ำมันในการปรุงมะเขือเทศจะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนดียิ่งขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารับประทานแบบสดๆ แล้วจะไม่ดี เพราะในมะเขือเทศสดก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน หากต้องการวิตามินซีสูงเพื่อช่วยบำรุงทำให้ผิวพรรณดี ควรรับประทานสด แต่ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนมากๆ ก็รับประทานมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนมาแล้ว

มะเขือเทศ นอกจากจะเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานกันมากที่สุดในโลกแล้ว ประโยชน์ของมะเขือเทศยังมีอยู่มากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามิเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก โดยมะเขือเทศขนาดปานกลางนั้นจะมีปริมาณของวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งลูก และมะเขือเทศหนึ่งผลมีปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายต้องการจำนวน 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยทีเดียว ! และยังมีสารจำพวกไลโคปีน (Lycopene) แคโรทีนอยด์ เบตาแคโรทีน และกรดอะมิโน เป็นต้น และมะเขือเทศยังจัดว่าเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย เช่น ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ รักษาความดัน เป็นต้น

โดยน้ำมะเขือเทศที่เราคั้นเองสด ๆ จะดีกว่าน้ำมะเขือเทศขวดหรือกล่อง และไม่ควรเลือกรับประทานมะเขือเทศดิบ เพราะอาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าจะได้รับประโยชน์ และการกินมะเขือเทศในปริมาณมากก็ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด มีงานวิจัยมะเขือเทศออกมาว่าการรับประทานมะเขือเทศให้ได้ 10 ครั้งต่อสัปดาห์ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากเพราะจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก และดีต่อสุขภาพผิวอย่างเห็นได้ชัดเจน

ผู้ที่ห้ามดื่มน้ำมะเขือเทศ
มะเขือเทศมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นผู้ป่วยโรคไต หรือผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูง จึงไม่ควรรับประทานเลย ไม่ว่าจะแบบสด หรือปรุงสุกเพราะร่างกายจะไมาสามารถขับโพแทสเซียมออกได้ไม่หมด นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศมากเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้อาการแสบร้อนกลางอกหนักขึ้นได้

ควรดื่มน้ำมะเขือเทศเท่าไรจึงจะพอดี
ถ้าดื่มมากไปร่างกายจะได้รับวิตามินซีสูงเกินไปจนเกิดเป็นนิ่วได้ ส่วนการได้รับวิตามินเอมากเกินไปก็อาจสะสมในร่างกายส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร เจ็บกระดูก นอนไม่หลับ และท้องผูกได้